สกุลเงินดิจิทัลที่นิยมใช้กัน

ในปัจจุบันนี้ เงินดิจิทัล ค่อนข้างที่จะมาแรงเป็นอย่างมาก และมีบางประเทศ ที่ให้การรับรองแล้วด้วยว่า เงินดิทัล ถือได้ว่าเป็นอีกสกุลเงินอย่างหนึ่ง จึงทำให้ผู้คนได้หันมาให้ความสนใจในสกุลเงินเหล่านี้กันมากยิ่งขึ้น และบอกได้เลยว่าถ้าใครได้เล่นเงินดิจิทัล แล้วรู้จังหวะซื้อขายแล้วล่ะก็ บอกเลยว่าค่อนข้างรวย และรายได้ดีเป็นอย่างมากอีกด้วยครับ

สกุลเงินดิจิทัล

เรียกได้ว่า สกุลเงินดิจิทัล ที่น่าสนใจและผู้คนนิยมใช้กันนั้นก็คือ BitCoin นั้นถือได้ว่าเป็นเป็นมาตรฐานให้กับเงินดิจิตอลที่มีรูปแบบเงินดิจิตอลมากมายที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Bitcoin ซึ่งแต่ละอย่างก็ได้พัฒนารูปแบบของตัวเองจาก Bitcoin บางอันก็ขุดง่ายกว่า Bitcoin บางอันก็ซื้อขายง่ายกว่า รวมถึงความเสี่ยงที่มากกว่า การยอมรับมูลค่าและการเก็บรักษาก็ต่างกับไปโดยเราจะมาดูเงินดิจิตอล 6  สกุลที่ที่น่าสนใจเลือกจากกว่า 700 สกุลอีกด้วย บิตคอยคือเงินดิจิตอล เหมือนเหรียญ PP นั่นหล่ะ แต่มันมีมูลค่ากว่า PP ตรงที่มันต้องขุดเหมือนกับทองคำ จำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ โดยมีระบบโครงข่ายคอมพิวเตอร์คอยช่วยกันตรวจสอบทั่วโลก ระบบนี้ดีมาก ลงทุนสองแสน คุณนั่งรอรับเงินวันเป็นพันได้เลย ใครก็ทำได้ทั้งโลกหล่ะ ยิ่งคอมทกเครื่องช่วยกันหามากขึ้นนะ ยิ่งหายากขึ้น และเมื่อมันหายากขึ้นนะ มันจะยิ่งแพงๆ แม้แต่ทองคำแท้ๆ นี่ไม่ต้องเอามาเปรียบหล่ะ กระจอกไปเลยขอรับ และไม่ต่องกลัวว่าราคาจะตกนะ ยิ่งมีเครื่องขุดมากขึ้น บิตคอยจะมีราคาสูงขึ้น เรื่อยๆ เขาบอกว่ามันจะไปหนึ่งล้านบาทต่อหนึ่งบิตกันเลยทีเดียว และระยะเวลาขุดเหรียญที่เหลือนะ คุณตายก่อนนั่นแหละ ไม่ต้องกลัวครับ กำไรล้วนๆ คิดเล่นๆนะ คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าไฟเลย หากคุณมีการ์ดจอ 1080 สักตัวนึง แถมมีเงินเหลือด้วย คนทั้งโลกกำลังมองมาในทิศทางเดียวกันกับพวกคุณนะขอรับ สายขุด

ซึ่งส่วนตัวผมบอกได้ว่าถ้าตัดอคติกับความไม่รู้ออกไปแล้วไปออกความเห็นให้ลองอ่านศึกษาดูก่อนครับ ส่วนตัวแล้วผมว่าน่าจะให้รางวัลโนเบลกับคนคิดนวัตกรรมนี้เลยนะครับ มันเยี่ยมยอดมาก โดยเฉพาะแนวคิดระบบ Block chain นั้นสามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้หลากหลายเลย Bitcoin เป็นสกุลเงิน คนมีอคติ กลัวนั่นนี่ แต่ไม่กลัวธนาคารล้มหรือโกงหรือ ไม่กลัวแบงก์กงเต๊ก USD กัน ผมไม่ได้บอกว่า มันดีเลิศกว่าระบบ/สกุลเงินอื่น แต่ชี้ให้เห็นว่าระบบ/สกุลเงินอื่นๆกฌล้วนมีความเสี่ยงเหมือนกันทั้งสิ้น นั้นเป็นสกุลเงิน ระบบ Block chain เป็นเครื่องมือในการ หา ถ่ายโอนเปลี่ยนมือ 2 อย่างนี้ต้องไปด้วยกัน เอาล่ะถ้าตัด Bitcoin ออก เอาระบบ Block chain มาดูอย่างเดียวแล้วเอามาประยุกต์ใช้กัน ผมว่ามีประโยชน์มากนะในทัศนะของผม


ทำความรู้จักกับระบบ AR และ VR

บอกได้เลนว่าระบบ ระบบ AR และ VR นั้น ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีใหม่ ที่คุณต้องให้การสนใจ ให้มาก เพราะเชื่อ ได้เลยว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ เทคโนโลยีเหล่านี้นั้น จะสามารถเปลี่ยนโลก อย่างที่ สมาร์ทโฟนเคยทำได้มาแล้วอย่างแน่นอนครับ โดยวันนี้เรามาทำความรู้จักกับเจ้า สองตัวนี้กันดีกว่าครับว่า มันคืออะไร และมีความแตกต่างอย่างไรบ้าง

AR and VR

ต้องบอกเลยว่า เทคโนโลยี AR หรือ Augmented Reality นั้นหลายๆคนอาจจะเคยได้ยินมาบ้าง แต่อาจจะยัง   ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร มันต่างจาก VR หรือ Virtual Reality ยังไง ก็จะขออธิบายสั้นๆ แบบพอเข้าใจว่า VR นั้นคือโลก  เสมือนจริงที่เวลาเราใช้งาน จะเหมือนว่าเราเข้าไปอยู่ในอีกโลกนึงเลย ส่วน AR จะเป็นเทคโนโลยีที่ผสานโลกเสมือนจริงเข้ากับโลกจริง เช่น เราสามารถเห็นสัตว์ประหลาดวิ่งเล่นอยู่บนโต๊ะทำงานของเราได้ (ผ่านอุปกรณ์ AR) โดยสัตว์ประหลาด ที่เรามองเห็นนั้นจะอยู่ในรูปแบบ 3 มิติ อุปกรณ์ AR ราคาประหยัดที่ทำจากกระดาษแข็งสไตล์เดียวกับ Google Card  Board ก็กำลังทำการระดมทุนกันอยู่ใน KickStarter โดย Aryzon นี้ รองรับการใช้งานกับสมาร์ทโฟนทุกรุ่นที่มีกล้อง การทำงานของ Aryzon นี้ก็จะมีความซับซ้อนกว่า Google Card Board เพราะจะมีส่วนประกอบของกระจกสะท้อนภาพและเลนส์คู่ สำหรับสร้างภาพ 3 มิติ ให้เราเห็นในโลกจริง

Virtual Reality คือการสร้างโลกเสมือนแล้วเอาตัวเราเข้าไปอยู่ในโลกนั้น ส่วนใหญ่ที่เห็นก็ใช้กับเกมส์แหละ Augmented Reality คือการใส่รายละเอียดจากโลกเดิมของเรานี่และ มีใช้มาซักพักแล้วพวกแอปต่างๆในมือถือนี่แหละ   จำพวกส่องดูอาคารแล้วมีดีเทลขึ้น ส่องของสักชิ้นแล้วมีดีเทลขึ้น หนังสือนิทานที่เอาโทรศัพท์ส่องแล้วตัวละครขยับได้ ใส่ของ(เสมือน)ลงไปในห้องโล่งๆ และอื่นๆ แต่กำลังจะทำเป็นแว่น (เปลี่ยน output) หรือเรียกได้ว่า VR ดีกว่า เอา ภาพเสมือนมาฉายในโลกจริงมันยังรู้สึกครึ่ง ๆ กลาง ๆถึงจะชอบดูมิคุเต้นบนโต๊ะก็เถอะ ไปดูในงานคอนเสิร์ต(เทียม)มันสะใจกว่าอยู่แล้ว ถึงวันนี้คงน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักทั้ง VR  และ AR แต่ส่วนใหญ่ก็มักคิดว่ามันคือเทคโนโลยีสำหรับการใช้งานเพื่อความบันเทิงเอาไว้เล่นเกมหรือเอาไว้ทำอะไรที่ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับโลกความจริงอย่างในธุรกิจมากเท่าใดนัก ว่าไปตามจริง โลกรู้จัก Virtual Reality มานานเกือบ 20 ปีแล้ว แต่ด้วยเทคโนโลยีวันนั้นคงมีเฉพาะองค์กรใหญ่โตหรือเจ้าชายอาหรับเท่านั้นมีสามารถเป็นเจ้าของได้ อีกเวยครับ เรียกได้ว่า ระบบ AR และ VR ค่อนข้างที่จะแตกต่างกันอย่างชัดเจนเลยก็ว่าได้ครับ แต่ก็คงมีความคล้ายคลึงกันอยู่บ้างก็ตาม


โทรศัพท์ที่มีกล้องเป็นเลิศ

โทรศัพท์ที่มีกล้องเป็นเลิศ

ในปัจจุบันนี้ต้องยอมรับเลยว่าโทรศัพท์มือถือหรือสมาร์ทโฟนได้มีการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่จะตอบโจทย์ผู้ใช้งานให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะในเรื่องของการถ่ายภาพ ที่ในยุคนี้คนส่วนใหญ่นิยมถ่ายภาพจากโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากสะดวก สามารถที่จะเก็บภาพต่างๆได้อย่างทันใจ พร้อมอัพเดทลงโซเชียลหรือส่งต่อไปยังคนสำคัญผ่านทางแอฟพลิเคชั่นต่างๆได้อย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งในการเลือกซื้อโทรศัพท์มือถือดีๆสักเครื่อง นอกจากประสิทธิภาพและฟีเจอร์ต่างๆที่น่าสนใจแล้ว โทรศัพท์ที่มีกล้องเป็นเลิศ ยังเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะนำมาพิจารณาในการตัดสินใจซื้ออีกด้วย

โทรศัพท์ที่มีกล้องเป็นเลิศ

เพราะเหตุนี้เอง ส่งผลให้ในปัจจุบันนี้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนแบรนด์ต่างๆได้มีการพัฒนาเรื่องของกล้องมือถือให้มีความโดดเด่นและเป็นจุดขายมากยิ่งขึ้นเพื่อที่จะตอบสนองความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนส่วนใหญ่ ซึ่งจากการจัดอันดับโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายรูปสวยที่สุดในปี 2018 ของ DXOMARK  พบว่า อันดับ 1 ตกเป็นของ  Huawei P20 Pro ด้วยคะแนน 109 คะแนน ซึ่งจุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ก็คือกล้องหลังสุดเทพ 3 ตัวที่ได้พัฒนาเลนส์ร่วมกับ Leica กล้องหน้า 24MP พร้อมทำงานร่วมกับระบบ AI ที่จะช่วยในการกันสั่นสะเทือนและมีฟีเจอร์โดดเด่นอีกมากมายที่เรียกได้ว่า Huawei เป็นแบรนด์ที่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของกล้องและตีตลาดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพราะสามารถที่จะคว้าอันดับที่ 2 ไปด้วยคะแนน 102 คะแนน กับรุ่น  Huawei P20

 

สำหรับโทรศัพท์มือถือที่มีกล้องสวยเป็นอันดับที่ 3 ด้วยคะแนน 99 คะแนน ตกเป็นของ Samsung Galaxy S9 Plus ที่เรียกได้ว่าตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก กับกล้องคู่ที่มีความละเอียดสูงถึง 12 + 12 ล้านพิกเซล รวมไปถึงคุณสมบัติหลายอย่างที่ช่วยให้ภาพถ่ายออกมาสวยคมชัดและโดดเด่นเป็นอย่างมาก ส่วนทางด้านอันดับที่ 4 ที่ได้รับคะแนนจาก DXPMARK ไป 98 คะแนนนั้นตกเป็นของ  Google Pixel 2 สมาร์ทโฟนที่กำลังมาแรงที่สุดในช่วงเวลานี้กับระบบกันสั่นแบบ Optical และกล้องหลัง 12.2 ล้านพิกเซล รวมไปถึงการทำงานร่วมกับระบบ AI ที่บอกเลยว่ากล้องสวยมาก

 

ส่วนอันดับที่ 5 ตกเป็นของแบรนด์ดังยอดนิยมที่ใครหลายคนรู้จักกันดีอย่าง Apple iPhone X ที่ได้คะแนนจาก DXOMARK ไป 97 คะแนน กล้องเทเลโฟโต้และกล้องมุมกว้างที่มีความละเอียดสูงถึง 12MP รวมไปถึงโหมดต่างๆที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ฟีเจอร์เรื่องกล้องครบครันเลยทีเดียว

 

เพราะในปัจจุบันนี้การถ่ายภาพไม่ได้จำกัดแค่เพียงต้องมีกล้องถ่ายรูปเท่านั้น แต่เราสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานสวยๆ ภาพถ่ายในสไตล์ของตนเองได้ผ่านโทรศัพท์มือถือ และเชื่อว่าในอนาคตเราจะได้เห็นฟีเจอร์ใหม่ๆและการพัฒนาของกล้องถ่ายรูปในสมาร์ทโฟนอีกแน่นอน


แอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

แอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

ในยุคแห่งเทคโนโลยีที่เต็มไปด้วยความทันสมัยและการพัฒนาด้านการสื่อสารและโซเชียลเน็ตเวิร์คนั้น สมาร์ทโฟนหรือโทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อชีวิตประจำวันมนุษย์เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีรูปแบบการใช้งานที่ดีเยี่ยมและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งคุณรู้หรือไม่ว่านอกเหนือจากการเล่นโซเชียลมีเดียหรือโลกออนไลน์ต่างๆแล้ว ในสมาร์ทโฟนยังเต็มไปด้วยแอพพลิเคชั่นดีๆมากมายที่จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น ทั้งรวดเร็ว สะดวกสบายและไม่เสียเวลา ว่าแล้วเราไปดูกันเถอะว่ามีแอพพลิเคชั่นไหนบ้างที่จะช่วยทำให้คุณมีชีวิตที่ง่ายขึ้นเพียงแค่ปลายนิ้ว

Google Keep

เริ่มต้นที่แอพพลิเคชั่นที่จะทำให้คุณจัดการชีวิตได้ง่ายและสะดวกมากยิ่งขึ้น สำหรับแอพพลิเคชั่นจดโน้ตของ Google ที่คุณสามารถที่จะบันทึกต่างๆได้ตามต้องการ สร้าง To do list พร้อมแจ้งเตือนสำหรับการอ่านบันทึก สามารถอัดเสียงได้ พร้อมทั้งเชื่อมต่อไปยังแอพพลิเคชั่นต่างๆได้ตามต้องการ สามารถที่จะตั้งค่าตามความสะดวกของคุณ เรียกได้ว่าเป็นแอพพลิเคชั่นที่จะช่วยจัดการชีวิตของคุณให้มีระเบียบและเตือนความจำได้เป็นอย่างดี

แอพพลิเคชั่นที่ช่วยให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

Momentage

แอพพลิเคชั่นที่เป็นแหล่งรวบรวมประสบการณ์และความทรงจำดีๆ โดยจะประกอบไปด้วยวิดีโอ เพลง และรูป สามารถที่จะสร้างสรรค์โพสต์ธรรมดาของคุณให้มีสีสันและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น

RescueTime

ในยุคที่คนปัจจุบันนี้จดจ่ออยู่กับหน้าจอโทรศัพท์มือถือเกือบทั้งวัน แอพพลิเคชั่นตัวนี้สามารถที่จะจัดการเวลาในแต่ละวันของคุณได้อย่างลงตัว ช่วยรายงานเวลาที่คุณใช้ในการทำกิจกรรมต่างๆ การใช้สมาร?โฟนของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้แอพพลิเคชั่นต่างๆ การเปิดเว็บไซต์ การคุยโทรศัพท์ อีกทั้งยังสามารถตั้งค่าบล็อกเว็บไซต์ที่เข้ามารบกวนคุณได้ด้วย

Workflow

เป็นแอพพลิเคชั่นที่คนทำงานและนักธุรกิจไม่ควรพลาดเลยทีเดียว สำหรับ Workflow แอพพลิเคชั่นที่จะมีการออกคำสั่งแบบอัตโนมัติ สามารถเชื่อมต่อกับทุกๆแอพพลิเคชั่น ไม่ว่าจะเป็นการอัพโหลดรูปล่าสุดลงโซเชียลมีเดียแบบอัตโนมัติ การเรียก Uber ก่อนถึงเวลานัดของคุณแบบอัตโนมัติ รวมไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการทำ

Daily Cost

บริหารจัดการเรื่องเงินของคุณได้อย่างลงตัวและมีประสิทธิภาพด้วยแอพพลิเคชั่น Daily Cost ที่สามารถจดบัญชีรายรับรายจ่าย และจัดแบ่งออกเป็นหมวดหมู่ อีกทั้งยังสามารถที่จะสรุปข้อมูลบัญชีรายรับรายจ่ายของคุณออกมาเป็นกราฟและแผนภูมิได้แบบเข้าใจง่าย ใช้งานไม่ยาก เหมาะสำหรับเป็นแอพพลิเคชั่นคู่ใจเรื่องเงินอย่างแท้จริง


ปัญหาขยะเทคโนโลยีในปัจจุบัน

หลังจากมีข่าวโด่งดังตามหน้าหนังสือพิมพ์เมื่อมีการตรวจพบขยะอิเล็กทรอนิกส์บริเวณท่าเรือกรุงเทพของประเทศไทย โดยต่างมีความกังวลเป็นอย่างมากถึงปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งอาจส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมภายในประเทศไทยทำให้กรมศุลกากรและเจ้าหน้าที่รัฐมีมาตรการที่เข้มงวดในการจำกัดและดูแลการนำเข้าเป็นพิเศษโดยเฉพาะสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์เนื่องจากมีการซุกซ่อนและลักลอบนำเข้ามายังประเทศไทย

ขยะเทคโนโลยี

ด้วยเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในโลกปัจจุบันสังเกตได้จากโทรศัพท์มือถือเพียงไม่กี่เดือนมีการอัพเดทความทันสมัยและรุ่นใหม่ๆเพิ่มมากขึ้น หรือแม้แต่คอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกันมีการพัฒนาและปรับปรุงให้มีความทันสมัยส่งผลทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและนั้นเป็นสาเหตุปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในปัจจุบัน ซึ่งในประเทศพัฒนาแล้วต่างประสบปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ในส่วนนี้ ส่งผลทำให้มีการส่งออกขยะอิเล็กทรอนิกส์ไปยังประเทศที่ยังไม่มีกฎหมายรองรับเกี่ยวกับด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งช่วงหลังมานี้ในประเทศไทยต่างประสบปัญหาเหล่านี้เช่นเดียวกัน เนื่องจากมีการลักลอบนำขยะอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาเป็นจำนวนมากเพราะในบางชนิดของอิเล็กทรอนิกส์มีสารพิษที่ส่งผลเสียต่อระบบสิ่งแวดล้อมยกตัวอย่างเช่น สารตะกั่ว แคดเมียม สารปรอท หากทำลายโดยผิดวิธีสารปรอทเหล่านี้จะเข้าสู่ชั้นบรรยากาศและธรรมชาติส่งผลต่อห่วงโซ่อาหารอย่างที่เคยมีข่าวดังทางภาคเหนือโดยโรงงานอุตสาหกรรมมีการทิ้งสารปรอทลงในแม่น้ำส่งผลทำให้คนทั้งหมู่บ้านป่วยเป็นโรคมะเร็งและนั่นคือผลเสียของการกำจัดปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ถูกวิธี ถึงแม้ในปัจจุบันนี้ในประเทศไทยจะมีบริษัทในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์แต่ไม่มีความเพียงพอต่อความต้องการและการดูแลในส่วนนี้ ซึ่งในประเทศไทยยังขาดเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญในการตรวจสอบและบุคลากรที่มีความรู้ในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจำนวนบุคลากรยังมีจำนวนน้อยมากหากเทียบเท่ากับปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มสูงขึ้นและยังไม่นับรวมการลับลอบนำเข้าอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศซึ่งในอนาคตอาจจะส่งผลต่อสภาพแวดล้อมโดยรวมของประเทศไทยก็เป็นได้ สำหรับวิธีการแก้ไขที่ดีที่สุดทางเจ้าหน้าที่รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มมาตรการที่เข้มงวดในการตรวจสอบและเพิ่มบทลงโทษสำหรับผู้ที่นำขยะที่ไม่ได้รับอนุญาตนำเข้ามายังราชอาณาจักรไทยและจัดหาบุคลากรที่มีความรู้ในการสอดส่องดูแลและจัดฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และบุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์รวมทั้งเน้นย้ำภาคเอกชนให้เพิ่มมาตรการในการเพิ่มเจ้าหน้าที่และอบรมให้เชี่ยวชาญ ให้ความรู้บริษัทและชุมชนต่างๆเพื่อป้องกันการกำจัดของเสียแบบผิดวิธีที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ถึงแม้ขยะอิเล็กทรอนิกส์จะมีมูลค่าเพราะสามารถแยกอุปกรณ์ภายในไม่ว่าจะเป็นทองแดง ทองคำเหล็ก พลาสติก นำออกมาจำหน่ายเพื่อทำสร้างรายได้และทำกำไร โดยส่งไปยังโรงงานรับรีไซเคิลและร้านรับซื้อของเก่า การกำจัดขยะจากเทคโนโลยีอย่างถูกวิธีเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ควรใส่ใจและให้ความสำคัญอย่างมาก


ฟังชั่นที่แตกต่างของ Photoshop และ illustrator

เครื่องมือในการใช้ออกแบบกราฟิกดีไซน์ที่ได้รับความนิยมจากเหล่าโปรแกรมเมอร์และนักออกแบบเชื่อว่าทุกคนจะต้องเคยใช้โปรแกรม Photoshop และ Illustrator ซึ่งทั้งสองโปรแกรมนี้ต่างมีความโดดเด่นในการใช้งานออกแบบที่มีความสวยงาม สามารถสร้างผลงานออกมาได้เป็นอย่างดีซึ่งผลงานเหล่านั้นสามารถนำไปใช้งานต่อยอดในส่วนอื่นได้เช่น โบว์ชัวร์ การออกแบบโลโก้ การตัดต่อภาพ การออกแบบแบนเนอร์ การออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ ซึ่งสื่อแต่ละชนิดล้วนแล้วแต่ใช้โปรแกรม Photoshop และ Illustrator ในการออกแบบ

illustrator vs photoshop

โดยทั้งสองโปรแกรมนี้สามารถสร้างสรรค์ผลงานออกมาได้อย่างสวยงามและสามารถทำออกมาได้ดีทั้งสองโปรแกรม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้ใช้ว่าชื่นชอบและถนัดกับใช้งานกับโปรแกรมชนิดไหนโดยรูปแบบการใช้งานทั้ง 2 โปรแกรมมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยโดยการใช้งาน Illustrator ส่วนใหญ่เน้นใช้งานเพื่อออกแบบงานที่เน้นลวดลายของเส้นเช่นตัวอักษรกราฟฟิก Background สำหรับโปรแกรม Photoshop ส่วนใหญ่เน้นการใช้งานเพื่อออกแบบกราฟิกประเภทรูปภาพเป็นหลัก ยกตัวอย่างเช่นการตัดต่อภาพ การแก้ไขภาพ สำหรับความแตกต่างของ Photoshop และ Illustrator ยกตัวอย่างเช่น Illustrator สามารถซูมขยายภาพโดยที่ภาพยังคงคมชัดเนื่องจากเป็นเวกเตอร์ สามารถทำงานได้หลายชิ้นในเวลาเดียวพร้อมกันนี้ยังสามารถกดย้อนกลับได้ตลอด ในส่วนของการใช้งานการออกแบบสามารถลากผลงานของเราไปส่วนไหนก็ได้เพื่อความสะดวกในการออกแบบ ในส่วนของโปรแกรม Photoshop ที่เน้นการออกแบบรูปภาพเมื่อขยายภาพภาพ ภาพจะแตกออกเป็นช่อง ฟังก์ชันการทำงานสามารถทำได้แค่ชิ้นเดียวไม่สามารถทำงานพร้อมกันได้ และบ่อยครั้งเราเกิดความผิดพลาดต้องการย้อนกลับไปจุดเริ่มต้นโปรแกรม Photoshop สามารถกด back กลับได้แค่ครั้งเดียว  จากการสำรวจของนักออกแบบพบว่าส่วนใหญ่การเลือกใช้โปรแกรมทั้ง 2 แบบจะดูรูปแบบการใช้งานเป็นหลัก ถึงแม้ในปัจจุบันนี้โปรแกรม Photoshop จะมีการพัฒนาฟังก์ชันที่สามารถสร้างเวกเตอร์เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานในส่วนนี้แต่ส่วนใหญ่ผู้ใช้งานต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ายังไม่สามารถเทียบเท่าการออกแบบด้วยฟังก์ชันพิเศษของทาง Illustrator โดยทั้งสองโปรแกรมมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันจึงทำให้ในปัจจุบันมีกลุ่มผู้ใช้งานเลือกที่จะใช้งานทั้ง 2 แบบควบคู่กันไปหรือเลือกใช้งานเฉพาะในแบบที่มีความถนัดและเหมาะกับงาน

การใช้งานของ Photoshop และ Illustrator ถึงแม้จะมีฟังก์ชันที่แตกต่างกันแต่ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับความถนัดและรูปแบบการใช้งานของผู้ใช้เป็นหลัก ซึ่งผู้ใช้งานจะเป็นผู้ตัดสินใจว่าควรใช้โปรแกรมไหนในการพัฒนาชิ้นงานเหล่านั้น ขึ้นอยู่กับความเคยชินและความคุ้นเคยโปรแกรมของตัวผู้ใช้งานเองในการตัดสินใจเลือกใช้โปรแกรมที่มีคุณภาพทั้ง 2 แบบนี้


สอบ IELTS ครั้งแรกเตรียมตัวแบบนี้สิ รับรองเห็นข้อสอบแล้วไม่งง  

สอบ IELTS ครั้งแรกเตรียมตัวแบบนี้สิ รับรองเห็นข้อสอบแล้วไม่งง  

การทดสอบความสามารถทางภาษาอังกฤษนั้นมีการทดสอบหลากหลาย ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การนำไปใช้ แต่ถ้าเราจะพูดถึงการทดสอบภาษาอังกฤษด้วยข้อสอบระดับสากลที่ครอบคลุมทุกทักษะ คือ ฟัง พูด อ่าน เขียน และได้รับการยอมรับในวงกว้างก็ต้องยกให้กับการสอบ IELTS  ซึ่งขึ้นชื่อว่ามีบททดสอบที่โหดหิน แต่ก็สามารถวัดความสามารถทางภาษาอังกฤษออกมาได้ดีทีเดียว  คนที่จะตัดสินใจสอบ IELTS   ครั้งแรกต้องมีการเตรียมตัวให้ดี เนื่องจากค่าธรรมเนียมการสอบค่อนข้างสูง สำหรับใครที่กำลังจะลงสอบครั้งแรกนั้นนอกจากการไปเข้าคอร์สฝึกอบรมเทคนิคการทำข้อสอบแล้ว ก็ยังมีการเตรียมตัวที่คุณสามารถทำได้เอง ซึ่งจะช่วยให้คุณทำข้อสอบได้มั่นใจขึ้นด้วย และวันนี้เราก็ได้นำมาฝากกันแล้ว https://www.ielts.idp.co.th/

สอบ IELTS ครั้งแรกเตรียมตัวแบบนี้สิ รับรองเห็นข้อสอบแล้วไม่งง  

  1. ฝึกทำข้อสอบเก่าบ่อยๆ ให้คุ้นเคยกับโครงสร้างข้อสอบ สังเกตการณ์ลักษณะการออกข้อสอบ โดยจะเห็นได้ว่าข้อสอบมีวัตถุประสงค์ในการวัดความสามารถเรื่องใด มักออกข้อสอบเกี่ยวกับบริบทอะไร  ให้น้ำหนักของเนื้อหาการออกสอบไปในทิศทางใด อย่างน้อยคุณต้องฝึกทำข้อสอบเก่าเกิน 30 ครั้งจึงลงสนามสอบ
  2. ฝึกการฟังภาษาอังกฤษหลากหลายสำเนียง อาทิ North America, Australia, New Zealand, Britain เพราะในการสอบฟังมีการใช้เสียงจากเจ้าของภาษาในหลายสำเนียง ดังนั้นถ้าอยากทำข้อสอบได้ต้องฝึกฝน โดยการฟังสำเนียงเหล่านี้จากเสียงจริงที่ใช้ในการสนทนาอาจหาจาก YouTube  หรือ ฝึกคุยกับเจ้าของภาษาสำเนียงต่างๆ
  3. ให้ความใส่ใจกับอ่านคำสั่งให้ดี  เพราะในข้อสอบจะมีคำสั่งเฉพาะที่มีการเจาะจงให้คุณตอบออกมาในลักษณะที่ต่างกัน อาทิ คำสั่งบอกให้คุณ  Complete a sentence using NO MORE THAN TWO WORDS   ถ้าเขียนคำเกินที่โจทย์บอก แน่นอนว่าจะถูกหักคะแนน
  4.  เวลาซ้อมทำข้อสอบ ให้ตั้งเวลาเหมือนจริงในการทำข้อสอบ เช่น ข้อสอบการฟังใช้เวลาทั้งหมด 40 นาที  คุณจะมีเวลาฟัง 30 นาทีและมีเวลาเขียนคำตอบลงกระดาษอีกแค่ 10 นาที ถ้าคุณไม่สามารถทำข้อสอบได้ตามเวลา แปลว่ายังจัดการเวลาไม่ดี ต้องฝึกให้มากขึ้น และอย่าลืมเก็บข้อมูลด้วยว่าทำไมคุณจึงยังข้อสอบไม่เสร็จในเวลาเพื่อนำมาปรับปรุง
  5. พัฒนาเทคนิคการทำข้อสอบแบบเฉพาะตัว  แต่ละคนมีทริคการทำข้อสอบต่างกันคุฯสามารถเรียนรู้และฝึกทำตามทริคที่มีคนแนะนำได้แต่ต้องพยายามหาแนวทางของตัวเองด้วย  เช่น มีคนแนะนำว่า  ในการทำข้อสอบการฟัง อีกเทคนิคง่าย ๆ คือ การขีดเส้นใต้คำที่เป็น keyword ค่อยมาอ่านเนื้อหา วิธีนี้ใช้ได้ผลกับคุณหรือไม่ และพัฒนาขึ้นมาในแบบของตัวเองได้อย่างไร
  6. ฝึกการเขียนให้เหมือนเจ้าของภาษา  บางคนคุ้นเคยกับรูปแบบการเขียนประโยคแบบทั่วไปซึ่งถูกต้องตามไวยากรณ์แต่ขาดความน่าสนใจควรที่จะศึกษารูปประโยคและคำศัพท์ให้มากขึ้น โดยการอ่าน นิตยสาร หนังสือพิมพ์ เพื่อที่จะได้เรียนรู้การใช้ภาษาที่หลากหลายรูปแบบ

ความรู้มหาศาลบนโลกอินเตอร์เน็ต

ความรู้มหาศาลบนโลกอินเตอร์เน็ต

ปัจจุบันนี้เป็นยุคแห่งเทคโนโลยีที่ทันสมัย และมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว ผู้คนสามารถที่จะเชื่อมต่อกันง่ายมากขึ้น สะดวกมากขึ้น แม้จะอยู่กันคนละมุมโลกก็สามารถที่จะสื่อสารกันได้อย่างสะดวกผ่านทางอินเทอร์เน็ต ที่เรียกได้ว่าในปัจจุบันนี้โลกอินเทอร์เน็ตคือสิ่งที่สำคัญกับคนเราอย่างมากเลยทีเดียว เพราะนอกเหนือจากการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ ความบันเทิงแบบครบวงจรที่สามารถหาได้อย่างง่ายดายจากอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นการฟังเพลง ดูหนัง ดูซีรีส์และอื่นๆอีกมากมาย สิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็นจุดเด่นของอินเทอร์เน็ตเลยก็คือ ความรู้ที่มากมายมหาศาลที่ถูกบรรจุไว้ในโลกอันไร้ขีดจำกัดนี่เอง

ความรู้มหาศาลบนโลกอินเตอร์เน็ต

ในอดีตนั้นเมื่อเราต้องการที่จะสืบค้นข้อมูลอะไรก็ต่างต้องใช้เวลา ต้องค้นค้วา รวมไปถึงยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด ทำให้การสื่สารหรือการเรียนรู้ไม่เปิดกว้างเท่าที่ควร แต่ในปัจจุบันนี้คุณสามารถที่จะหาความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการเรียนรู้ผ่านทางโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็นสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ และ Search Engine เช่น Google , Sanook , Yahoo หรือ Msn ที่คุณสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการรู้ได้แบบรวดเร็วสะดวกสบาย  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Google ที่จะพาคุณเชื่อมต่อไปยังสิ่งที่คุณต้องการค้นหาได้อย่างเปิดกว้างเลยทีเดียว

 

ในทุกๆสื่อโซเชียลมีเดียในปัจจุบันนี้ก็ได้มีการสอดแทรกความรู้ไว้ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นผ่านทาง Facebook , Twitter , Instagram และอื่นๆอีกมากมาย รวมไปถึงเว็บไซต์ต่างๆ เช่น Kapook , Pantip และเว็บบล็อกต่างๆที่เรียกได้ว่าเป็นศูนย์รวมของความรู้ในทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณต้องการ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตก็สามารถที่จะเชื่อมต่อและอ่านสิ่งเหล่าได้อย่างง่ายดาย รวดเร็วและสะดวกมากที่สุด เพียงแค่หน้าจอสัมผัสเท่านั้น

 

นอกจากนี้ความรู้ในโลกอินเทอร์เน็ตยังเป็นความรู้ที่มีการพัฒนาอยู่เสมอ มีการอัพเดทข้อมูลที่ทันสมัย และเต็มไปด้วยความเป็นจริงให้เข้ากับโลกปัจจุบัน ไม่ว่าคุณต้องการที่เรียนรู้เรื่องอะไรรอบๆตัวเพื่อที่จะใช้ในการทำงาน การศึกษา สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ การท่องเที่ยว การบริการ การตลาด หรือการขายสินค้า และอื่นๆอีกมากมายก็สามารถที่จะค้นหาได้จากอินเทอร์เน็ตที่ไม่มีวันหยุดนิ่งในการเพิ่มและประมวลความรู้ต่างๆเพื่อนำเสนอให้แก่คุณแน่นอน

 

ทั้งนี้การใช้ความรู้มหาศาลในอินเทอร์เน็ตก็ต้องรู้จักการใช้และคัดกรองให้ดี เลือกใช้และเรียนรู้จากเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือ มีคุณภาพ พร้อมทั้งเป็นข้อมูลที่จริง เพราะถึงแม้ว่าความรู้ในโลกอินเทอร์เน็ตจะมหาศาลมากเพียงใด แต่ในบางครั้งก็ยังสอดแทรกไปด้วยข้อมูลเป็นเท็จอยู่บ้าง เพราะฉะนั้นเราจึงต้องไตร่ตรองและใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตให้ถูกทางเพื่อการเรียนรู้ที่ดีที่สุด


ผลกระทบจากเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ผลกระทบจากเทคโนโลยีในปัจจุบัน

ต้องบอกเลยว่าปัจจุบันนี้เป็นยุคแห่งเทคโนโลยีที่ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตประจำวัน ของมนุษย์ทุกเพศทุกวัยนั้นล้วนต้องเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกต่างๆ  เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมืออิเล็กทรอนิครวมไปถึงอุปกรณ์สื่อ สมาร์ทโฟน โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊คและอื่นๆอีกมากมายที่จะช่วยให้ได้รับความสะดวกสบาย ได้รับความบันเทิง เพลิดเพลินกับความสนุกสนานในการท่องโลกอินเทอร์เน็ต การฟังเพลงหรือดูหนัง และแน่นอนว่ายิ่งเทคโนโลยีมีความสำคัญกับมนุษย์มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลกระทบมากเท่านั้น  ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบด้านบวกหรือผลกระทบด้านลบ

 

สำหรับผลกระทบจากเทคโนโลยีในด้านบวกนั้นก็คือช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงาน การศึกษา เสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ได้มีการพัฒนาและสะดวกไปกับอุปกรณ์ต่างๆ ทั้งในบ้านและนอกบ้าน สามารถที่จะนำเทคโนโลยีไปใช้ในการเรียนการสอนภายในสถาบันการศึกษาผ่านทางคอมพิวเตอร์ โปรเจอเตอร์ และอื่นๆอีกมากมาย การนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาภายในโรงเรียน นอกจากนี้ยังสามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการจัดการสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ป้องกันประเทศ  การนำมาใช้ในการอุตสาหรกรรม พาณิชยกรรม รวมไปถึงสิ่งต่างๆอีกมากมายที่ทำให้ผู้คนสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

ผลกระทบจากเทคโนโลยีในปัจจุบัน

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความเทคโนโลยีจะไม่สร้างผลกระทบด้านลบเลย เพราะในปัจจุบันนี้เทคโนโลยีได้ส่งผลให้ก่อความเคร่งเครียดในการสังคมที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะในปัจจุบันนี้มีแนวโน้มที่จะตกงานเพิ่งมากขึ้นเนื่องจากการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยทำงานภายในองค์กรต่างๆ เกิดการเปลี่ยนแปลงด้านพนักงานและกำลังคน อีกทั้งเทคโนโลยียังผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านวัฒนธรรม การทำศีลกธรรม เนื่องจากเด็กยุคใหม่หันมาให้ความสำคัญกับโลกอินเทอร์เน็ตและมีอิสระทางความคิดมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้วัฒนธรรมพื้นบ้าน หรือเอกลักษณ์ของประเทศเริ่มจางหายไป

 

นอกจากนี้เทคโนโลยียังทำให้ผู้คนในสังคมสื่อสารและใช้เวลาร่วมกันน้อยลง เนื่องจากการสื่อสารที่สะดวกรวดเร็ว จึงทำให้คนส่วนใหญ่มักจะติดต่อผ่านทางอินเทอร์เน็ตและไม่ค่อยพบเจอกันมากนัก ปัญหาด้านการใช้อินเทอร์เน็ตในทางที่ไม่เหมาะสม ทั้งการเผยแพร่ภาพต่างๆ การละเมิดสิทธิและเสรีภาพของผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นด้านรูปภาพ ข้อมูลได้อย่างเปิดกว้าง รวมไปถึงปัญหาด้านอาชญกรรมต่างๆ การโจรกรรมบนโลกไซเบอร์ มีการโกงผ่านทางซื้อสินค้าหรือบริการออนไลน์ มีความเสี่ยงในการถูกขโมยข้อมูลส่วนตัว การขโมยความลับต่างๆมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการที่อินเทอร์เน็ต สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์เข้ามามีความสำคัญกับมนุษย์มากยิ่งขึ้นก็จะส่งผลให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ ออฟฟิศซินโดรม สายตาผิดปกติ รวมไปถึงโรคทางจิตเวช โรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวล

 

เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่มีประโยชน์และก่อให้การความสะดวกสบายมากมายแต่ถ้าหากเราเลือกใช้ในทางที่ไม่ดีและไม่รู้จักวิธีป้องกันก็อาจนำผลกระทบที่ร้ายแรงมาสู่ตัวเราได้


วิธีการกระตุ้นตัวเองไม่ให้ท้อแท้ในการหางานในยุคเทคโนโลยี

เชื่อว่าคนที่กำลังหางานจะต้องเคยเกิดความรู้สึกท้อแท้ในการหางานหรือสมัครงานว่าทำไมถึงหางานยาก ทำไมที่นั้นไม่เรียกตัวสักที ทำไมไม่ได้งานสักที จนกลายเป็นความเครียด กังวลและทำให้หมดไฟ ไม่กระตือรือร้น  ซึ่งต้องบอกเลยว่าการหางานนั้นถึงแม้จะยาก แต่ถ้าหากคุณมีกำลังใจพร้อมสู้อยู่ตลอดเวลาก็สามารถที่จะประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน ดังนั้นไปดูเคล็ดลับดีๆกับวิธีการกระตุ้นตัวเองให้ไม่ให้ท้อแท้กับการหางาน เพื่อที่จะนำไปเป็นแนวทางทำให้คุณหางานได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้งานที่ตนเองต้องการ

 

1.ตั้งใจและมีสติ

สิ่งแรกเลยคือคุณจะต้องมีสติและตั้งใจในการหางาน ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคที่เจอ ให้คิดไว้เสมอว่าการหางานนั้นอาจจะยาก แต่ที่สุดแล้วเราจะต้องได้เจองานที่ใช่และเหมาะสม เพราะฉะนั้นจึงต้องเข้มแข็งและอดทนไว้ เพราะถ้าหากคุณยอมแพ้ตั้งแต่ตอนหางานหรือสมัครงาน ก็อาจจะทำให้คุณไปไม่ถึงฝั่งฝันและได้ทำงานต้องที่หวังไว้ในตอนแรก

 

2.อย่ากดดันตัวเองเกินไป

อย่ากดดันตัวเองเรื่องการหางานมากจนเกินไป ให้เวลาตัวเองได้พักผ่อนและผ่อนคลายกับสิ่งต่างๆ อย่าคิดว่าตนเองไม่มีประสิทธิภาพมากพอทำไมบริษัทต่างๆจึงไม่รับสมัครงาน แต่ให้คิดไว้ว่านี่เป็นโอกาสที่เราจะได้ใช้เวลาในการหางานที่ใช่และเหมาะสมมากที่สุดสำหรับเรา

 

3.เป้าหมายในการทำงาน

คุณจะต้องตั้งเป้าหมายในการทำงานก่อนว่าคุณอยากทำงานด้านใด มีความถนัด ความสนใจและความชอบงานด้านไหนบ้างเพื่อที่จะทำให้คุณสามารถกำหนดจุดหมายในการทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้น เช่นถ้าหากคุณสนใจงานบัญชี อยากที่จะทำงานเกี่ยวกับเอกสารและการเงิน ก็ให้ตั้งเป้าหมายคุณอยากจะทำงานบัญชีในตำแหน่งและหน้าที่รับผิดชอบนั้นๆ เพื่อที่จะทำให้คุณมีแรงกระตุ้นในการหางานมากยิ่งขึ้น

 

4.หางานหลากหลายช่องทาง

ควรหางานในหลากหลายช่องทางไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์หางานที่มีอยู่จำนวนมากและสามารถเป็นสื่อกลางในการหางานของคุณได้เป็นอย่างดี มีบริษัทและองค์กรต่างๆที่ล้วนเข้ามาโพสต์ประกาศรับสมัครงานอยู่เป็นประจำ รวมไปถึงลองสอบถามไปยังบริษัทและผู้ที่ทำงานในองค์กรต่างๆที่คุณสนใจว่าต้องการรับสมัครพนักงานหรือไม่ ซึ่งในปัจจุบันนี้ช่องทางการกระจายรับสมัครงานมีอยู่หลากหลาย อย่าหาแค่เพียงที่เดียว เพราะยังมีอีกหลายช่องทางที่จะช่วยให้คุณหางานได้ประสบความสำเร็จและเจองานที่ใช่อย่างแน่นอนเช่น www.jobtopgun.com

 

และนี่ก็เป็นวิธีการกระตุ้นตัวเองไม่ให้ท้อแท้ในการหางานที่จะทำให้คุณมีช่องทางและแรงบันดาลใจในการหางานให้ประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น